เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการทำประกันรถยนต์ มีขั้นตอนอย่างไรและผ่อนจ่ายได้ไหม

เรื่องของอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ยิ่งโดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน เพราะการเดินทางโดยใช้รถยนต์สามารถเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้ทุกเมื่อ ทุกขณะเวลาที่ใช้ถนนจึงหมายถึงทุกชีวิตมีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้ทั้งสิ้น

นอกจากผู้ขับขี่รถยนต์จะต้องมีความระมัดระวังในการขับขี่รถให้ปลอดภัยแล้ว วิธีการเลือกทำประกันภัยรถยนต์ก็ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งในการสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่ เพราะจะสามารถช่วยคุ้มครองทั้งตัวผู้ขับขี่ คู่กรณีและตัวรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งปัจจุบันผู้ขับขี่สามารถเลือกประเภทการทำประกันรถยนต์ได้หลากหลาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของตัวรถและการใช้งาน แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยทำประกันภัยรถยนต์ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำประกันภัยพื้นฐานเบื้องต้นและเรื่องที่ควรรู้ดังต่อไปนี้

จำเป็นต้องทำประกันภัยรถยนต์หรือไม่
ตามกฎหมายไทยมีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคันทุกประเภทต้องทำประกันภัยรถยนต์อย่างน้อย 1 ประเภท คือ ประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือที่เรียกติดปากกันว่า พ.ร.บ. ซึ่งถือเป็นสวัสดิการที่รัฐบาลมอบให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถยนต์ เพื่อใช้ในการคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถยนต์เมื่อได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอย่างทันที ซึ่งอัตราค่าเบี้ยประกันภัยจะขึ้นอยู่กับชนิดรถยนต์ในแต่ละประเภท เช่น รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง ราคาอยู่ที่ 645.21 บาท รถกระบะ ราคา 967.28 บาท รถตู้ไม่เกิน 15 ที่นั่ง ราคา 1,182.35 บาท เป็นต้น และหากผู้ขับขี่ฝ่าฝืนไม่ทำประกันภัยภาคบังคับตามที่กฎหมายกำหนด จะมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

นอกจากประกันภัยที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังมีประกันอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า ประกันภาคสมัครใจ ที่ให้ผู้เอาประกันสามารถเลือกตัดสินใจได้เองจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ประกอบไปด้วย
– ประกันรถยนต์ชั้น 1
– ประกันรถยนต์ชั้น 2
– ประกันรถยนต์ชั้น 3
– ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ (ประเภท 5)

ความแตกต่างของประกันรถยนต์แต่ละประเภท
ประกันรถยนต์ชั้น 1
ประกันภัยประเภทนี้จะให้การคุ้มครองแบบครอบคลุมมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเภทอื่น โดยเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นบริษัทประกันจะรับผิดชอบทั้งทางกายและทรัพย์สินของรถคันที่เกิดเหตุและคู่กรณี รวมถึงกรณีการถูกโจรกรรม ไฟไหม้ หรือภัยพิบัติอื่นใดที่ระบุไว้ในกรมธรรม์สัญญา ส่วนวงเงินคุ้มครองและค่าเบี้ยประกันก็จะมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของรถและอายุการใช้งาน

ประกันรถยนต์ชั้น 2
ประกันชั้น 2 จะมีความคุ้มครองที่เหมือนกับประกันภัยชั้นที่ 1 แต่จะต่างกันตรงที่ประกันประเภทนี้จะไม่คุ้มครองเฉพาะรถยนต์ของผู้เอาประกัน กล่าวคือ คุ้มครองทั้งทางกายและทรัพย์สินของผู้เอาประกันและคู่กรณี รวมถึงกรณีการถูกโจรกรรม ไฟไหม้ หรือภัยพิบัติอื่นๆ ส่วนตัวรถจะคุ้มครองเฉพาะของคู่กรณีเพียงอย่างเดียว

ประกันรถยนต์ชั้น 3
ประกันรถยนต์ชั้น 3 จะคุ้มครองเฉพาะตัวรถ ทรัพย์สิน ของคู่กรณีเท่านั้น ส่วนตัวรถและทรัพย์สินของผู้เอาประกันประกันภัยประเภทนี้จะไม่ครอบคลุม แต่ยังมีค่ารักษาพยาบาลของทั้งผู้เอาประกันและคู่กรณีที่จะได้รับการคุ้มครองอยู่ ซึ่งประกันภัยประเภทนี้ผู้เอาประกันสามารถเลือกวงเงินคุ้มครองเองได้ แต่วงเงินคุ้มครองนั้นก็จะมีผลต่อเบี้ยประกันภัยด้วยเช่นกัน

ประกันภัยชั้น 2+ และ 3+
ประกันประเภท 2+ มีความคุ้มครองเหมือนประกันภัยชั้นที่ 2 ทั้งยังเพิ่มความคุ้มครองในตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย รวมถึงกรณีรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ด้วย ส่วนประกันภัยประเภท 3+ ก็เป็นการคุ้มครองลักษณะเดียวกับ 2+ เพียงแต่ยกเว้นการคุ้มครองกรณีสูญหาย ไฟไหม้ และประกันภัยทั้งสองประเภทนี้จะคุ้มครองผู้เอาประกันก็ต่อเมื่อมีคู่กรณีที่เป็นเครื่องยนต์ด้วยกันเท่านั้น

ขั้นตอนการทำประกันภัยรถยนต์
สำหรับผู้ขับขี่ที่ยังไม่เคยทำประกันภัยรถยนต์สามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์และเลือกทำประกันภัยผ่านระบบการทำประกันออนไลน์ของบริษัทประกันหรือเข้าติดต่อได้โดยตรงที่บริษัทประกันหรือติดต่อทำประกันผ่านตัวแทนจำหน่ายของบริษัทประกัน ซึ่งผู้ขอทำประกันจะต้องจัดเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
1. กรณีไม่เคยทำประกันให้เตรียมเอกสาร สำเนาทะเบียนรถ และสำเนาบัตรประชาชน
2. กรณีมีประกันภัยและต้องการต่อกรมธรรม์ให้เตรียมเอกสาร หน้ากรมธรรม์ฉบับเดิม สำเนาทะเบียนรถ และสำเนาบัตรประชาชน
3. กรณีผู้เอาประกันต้องการเปลี่ยนบริษัทประกันภัยให้เตรียมเอกสารเหมือนข้อที่ 2 ยกเว้นสำเนาบัตรประชาชน

ทั้งนี้ หากในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องการระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ ให้เตรียมสำเนาใบขับขี่ของบุคคลที่จะระบุ แต่กรณีระบุชื่อผู้ขับขี่ ประกันจะคุ้มครองเฉพาะกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและมีผู้ขับขี่ตามที่ระบุในกรมธรรม์เท่านั้น ซึ่งการระบุชื่อยังสามารถทำให้ส่วนลดเบี้ยประกันลดลงได้อีกด้วย

วิธีการชำระเงิน
ปัจจุบันวิธีการชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยนั้น ผู้เอาประกันสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นแบบเงินสดเต็มจำนวน จ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือเลือกจ่ายแบบ ผ่อนประกันรถยนต์ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับแนวทางหรือข้อกำหนดของบริษัทรับทำประกัน สามารถสรุปช่องทางการชำระเงินได้คราว ๆ ดังต่อไปนี้
1. จ่ายเงินสดผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสหรือ 7-eleven ได้ทั่วประเทศ
2. จ่ายผ่านบัตรเครดิต/มาสเตอร์การ์ด หรือบัตรเครดิต ตามธนาคารที่บริษัทกำหนด
3. จ่ายโดยการโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกกับบริษัทรับทำประกันภัย
4. จ่ายแบบ ผ่อนประกันรถยนต์ โดยส่วนใหญ่จะเป็นแบบ 0% จำนวน 10 เดือน มีทั้งแบบผ่อนชำระโดยตรงกับบริษัท หรือผ่อนชำระผ่านบริษัททางการเงินอย่าง First Choice Aeon หรือ ผ่อนประกันรถยนต์ ผ่านบัตรเครดิต มาสเตอร์การ์ด บัตรเครดิตของธนาคารที่ขึ้นกับบริษัทที่รับทำประกัน

เรียกได้ว่าวิธีการทำประกันภัยรถยนต์ในสมัยนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ผู้เอาประกันสามารถติดต่อสื่อสารกับบริษัทเพื่อขอเอาประกันได้อย่างหลากหลายช่องทาง เช่นนั้นแล้ว เรื่องของการทำประกันภัยรถยนต์ทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจ จึงเป็นเรื่องที่ผู้ขับขี่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะไม่มีใครสามารถคาดเดาหรือรับรู้ล่วงหน้าได้หรอกว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไร ทำประกันไว้อุ่นใจเผื่ออนาคตเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดจากการใช้รถใช้ถนน

You might also like More from author

Leave A Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.